HOME I  English  I  Thai  I  Japanese   
การขอ
วีซ่าญี่ปุ่น
ใน
ประเทศไทย
คำนำ
สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยมีความยินดีที่จะประกาศเรื่องการเปิดเคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (Japan Visa Intake Centre) ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท VFS (ประเทศไทย จำกัด)กรุงเทพฯ และเว็บไซต์นี้จะให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการจะยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น

ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป เคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (Japan Visa Intake Centre) ได้เปิดรับคำร้องขอวีซ่า และค่าธรรมเนียมวีซ่า ตลอดจนมีการให้บริการ Courier ส่งหนังสือเดินทางคืนให้กับผู้ยื่นคำร้องทั่วไป ผ่านเคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่า ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั้ง 11 แห่ง ทั่วประเทศ ได้แก่ ที่ทำการไปรษณีย์ภูเก็ต ที่ทำการไปรษณีย์ศรีราชา ที่ทำการไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยา ที่ทำการไปรษณีย์ระยอง ที่ทำการไปรษณีย์นครราชสีมา ที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ที่ทำการไปรษณีย์ขอนแก่น ที่ทำการไปรษณีย์อุบลราชธานี ที่ทำการไปรษณีย์เพชรบุรี ที่ทำการไปรษณีย์สุราษฎร์ธานี ที่ทำการไปรษณีย์หาดใหญ่

  ※ สถานทูตญี่ปุ่นยังคงดำเนินการรับคำร้องขอวีซ่าให้กับผู้ถือหนังสือเดินทางฑูต หนังสือเดินทางข้าราชการ และผู้ยื่นที่ต้องการขอวีซ่าในกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวกับทางด้านมนุษยธรรมตามเหตุผลสมควร รวมทั้ง ในกรณีที่หนังสือเดินทางเล่มเก่าหมดอายุ และท่านมีความต้องการย้ายวีซ่าที่ยังมีอายุการใช้งานไปยังหนังสือเดินทางเล่มใหม่นั้น จำเป็นต้องดำเนินการที่สถานทูตญี่ปุ่นเท่านั้น
  ※อนึ่ง ผู้ที่พำนักอยู่ในเขตภาคเหนือครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ ยังคงยื่นคำร้องขอวีซ่าที่สถานกงสุลญี่ปุ่นในเชียงใหม่เท่านั้น

ประกาศการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมวีซ่าญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557

ค่าธรรมเนียมวีซ่าจะแตกต่างไปตามสัญชาติของผู้ยื่นและประเภทวีซ่า
กรุณาอ้างอิงตารางด้านล่างซึ่งเป็นตารางที่แสดงถึงค่าธรรมเนียมใหม่ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2557

ประเทศ วีซ่าทั่วไป มัลติเพิลวีซ่า ทรานซิสวีซ่า
ไทย 940 1,880 220
อินเดีย 260 260 20
อิหร่าน 1,580 3,140 1,580

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปลียนแปลงในส่วนค่าดำเนินการของศูนย์ยื่นวีซ่าญี่ปุ่น (JVAC) ค่าดำเนินการยังคงเป็น 535 บาท

การยกเว้นวีซ่า ก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้สำหรับคนไทย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน โดยเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ.2556
ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้สำหรับคนไทย ได้ ที่นี่
วิธีการนับจำนวนวัน สำหรับการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยในกรณีพำนักไม่เกิน 15 วัน
วันที่เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น + 15 วัน = วันที่อนุมัติให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นวันสุดท้าย
ตัวอย่างที่ 1
หากเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 6.00 น.
วันที่ 1 +15 วัน = วันที่ 16
วันที่อนุมัติให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นวันสุดท้าย คือ วันที่ 16 จนถึงเวลา 23.59 น.
ตัวอย่างที่ 2
หากเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นวันที่ 20 ธันวาคม
วันที่ 20 +15 วัน = วันที่ 35
วันที่อนุมัติให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นวันสุดท้าย คือ วันที่ 4 มกราคม เนื่องจากเดือนธันวาคมมี 31 วัน
(เวลาที่อนุมัติให้พำนักอยู่ได้ ยังคงเป็นเช่นเดียวกับตัวอย่างข้างต้น คือ 23.59 น.)
กรณีมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ-สอบถามได้ที่ ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่นหรือสถานเอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
[ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศญี่ปุ่น]
หมายเลขโทรศัพท์ +66 -(0) 2- 251-5197~8
อีเมล์ : info.jpth@vfshelpline.com
เว็บไซท์:http://www.jp-vfsglobal-th.com/thai/
[สถานเอกอัคราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย]
หมายเลขโทรศัพท์: 66-2-207-8503 / 66-2-696-3003
เว็บไซท์:http://www.th.emb-japan.go.jp/en/index.htm

ประเทศญี่ปุ่นมีข้อตกลงที่จะยกเว้นวีซ่าให้ กับผู้ที่ถือสัญชาติในบางงประเทศ หรือภูมิภาค โดยจะต้องมีจุดประสงค์ในการเดินทางเพื่อธุรกิจ การประชุม ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติหรือเพื่อนเท่านั้น แต่หากมีจุดประสงค์ในการเดินทางเพื่อทำงานซึ่งก่อให้เกิดรายได้ระหว่างอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น หรือต้องการพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกินกว่าระยะเวลาตามข้อตกลงที่มีระหว่างประเทศ จำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น กรุณาคลิ๊ก [ที่นี่] เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับบางประเทศ หรือภูมิภาค

สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าญี่ปุ่น:
กรุณาอ่านข้อมูลในหน้าเว็บไซต์นี้อย่างละเอียด คำแนะนำนี้เป็นแนวทางเพื่อให้ท่านสามารถเตรียมเอกสารได้ถูกต้องมากที่สุด ทั้งนี้หากผู้ยื่นเตรียมเอกสารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อาจจะส่งผลให้ระยะเวลาการพิจารณาวีซ่านานกว่าปกติ

ระยะเวลาการพิจารณา:ในการพิจารณาวีซ่าปกติจะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันยื่นคำร้องที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ. กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่เคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ. ที่ทำการไปรษณีย์ไทย 11แห่งนั้น จะใช้เวลา 7-8 วันทำการ อนึ่งระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่านั้นอาจจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ สถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย

ประกาศแจ้งเปลี่ยนข้อกำหนดการสำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่นผ่านตัวแทน
โดยหลักการผู้ขอวีซ่าต้องมายื่นคำร้องด้วยตัวเอง แต่ทางสถานทูตจะอนุญาตให้ผู้แทน เช่น พนักงานของบริษัทที่ผู้ยื่นสังกัดอยู่ ญาติ หรือตัวแทนอื่น ๆ มาดำเนินการแทนได้ ในเฉพาะกรณีดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
1. ผู้ที่มีอายุไม่ถึง 16 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันยื่น หรือผู้ทุพพลภาพ
2. ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจเท่านั้น
3. ผู้ที่เคยได้รับวีซ่า และเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ออกจากประเทศญี่ปุ่นครั้งล่าสุด (ตรวจสอบหลักฐานวีซ๋าได้จากหนังสือเดินทางเท่านั้น)
4. สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หรือหนังสือเดินทางราชการ
5. ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่เดินทางไปกับบริษัททัวร์ที่ได้รับการจดทะเบียนกับทางสถานทูตฯ

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการสำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่นผ่านตัวแทน  โดยผู้สมัครจำเป็นต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม 1 ฉบับ ได้แก่ “หนังสือมอบอำนาจ ฉบับจริง” โดยระบุรายละเอียดดังนี้
* ข้อมูลของผู้สมัคร ชื่อ – นามสกุล, หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และลายเซ็นต์
* ข้อมูลของผู้ยื่นแทน ชื่อ – นามสกุล, หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร และผู้ยื่นแทน
**ผู้ยื่นแทนต้องสามารถแสดงบัตรแสดงตนได้ในวันที่มายื่นเอกสารคำร้องแทน**
ผู้สมัครวีซ่าทุกท่านที่ประสงค์ให้ตัวแทน หรือบุคคลที่ 3 ทำการยื่นเอกสารสำหรับสมัครวีซ่าแทนตน จำเป็นจะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจทุกครั้ง [ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ]

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
1. ในกรณีที่มีการปฏิเสธการออกวีซ่า ทางสถานทูตฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อธิบายเหตุผล ถ้าต้องการยื่นวีซ่าอีกครั้งด้วยวัตถุประสงค์เดิมจะไม่สามารถยื่นได้ภายใน 6 เดือน นับจากวันที่ได้รับการปฎิเสธวีซ่า
2. ข้อแนะนำผู้ยื่นขอวีซ่า ให้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินหลังจากทางสถานทูตฯอนุมัติวีซ่าแล้ว ยกเว้น กรณีผู้ยื่นขอวีซ่าทรานซิทเท่านั้น ที่จะต้องแสดงตั๋วเครื่องบินเพื่อประกอบการพิจารณา ทางสถานทูตฯไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆได้ ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน แม้ผู้ยื่นแจ้งว่าได้ซื้้อตั๋วเครื่องบินแล้ว

ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอวีซ่า
ขั้นตอนที่ 1 : การจัดเตรียมเอกสารและการรับข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารสำคัญ
เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.jp-vfsglobal-th.com
ติดต่อสอบถาม+66-(0)2-251-5197-8
ส่งคำถามผ่านอีเมลล์มาที่ info.jpth@vfshelpline.com
มาติดต่อที่เคาน์เตอร์สอบถามข้อมูลที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น
 
ขั้นตอนที่ 2 : การถ่ายรูป
เยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบ [ข้อกำหนดของรูปถ่าย]
มีการให้บริการถ่ายรูปที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่นโดยชำระค่าบริการเพิ่มเติม
 
ขั้นตอนที่ 3 : กรอก 1. ใบคำร้องขอวีซ่า 2. แบบสอบถาม 3 .เอกสาร Checklist
ใบคำร้องขอวีซ่า และแบบสอบถามสามารถดาวน์โหล์ดได้ที่ [ใบคำร้องขอวีซ่า ] หรือสามารถรับได้ที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น นอกจากนั้นผู้ยื่นคำร้องที่เคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั้ง 11 แห่ง นั้น มีความจำเป็นต้องกรอกและเตรียมเอกสารให้ครบทุกช่องในเอกสาร check list ได้จากเว็ปไซต์ [เอกสารที่จำเป็น ]
 
ขั้นตอนที่ 4 : การเตรียมเอกสารประกอบ
เยี่ยมชมเว็บไซต์ [เอกสารที่จำเป็น ] เพื่อศึกษาเอกสารจำเป็นตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
เยี่ยมชมเว็บไซต์ [ค่าธรรมเนียมวีซ่า ] เพื่อทราบค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือติดต่อ +66-(0)2-251-5197-8
ผู้ยื่นคำร้องทุกท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าบริการเป็นเงินสด ณ วันที่ท่านมายื่นคำร้อง
 
ขั้นตอนที่ 5 : การยื่นคำร้องขอวีซ่า
โดยหลักการผู้ขอวีซ่าต้องมายื่นคำร้องด้วยตัวเอง แต่ทางสถานทูตจะอนุญาตให้ผู้แทน เช่นพนักงานของบริษัทที่ผู้ยื่นสังกัดอยู่ ญาติ และอื่น ๆ มาดำเนินการแทนได้ เฉพาะกรณีดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
1. บุคคลที่มีอายุไม่ถึง 16 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันยื่น หรือผู้ทุพพลภาพ
2. ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจเท่านั้น
3. ผู้ที่เคยได้รับวีซ่าและเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้วภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ออกจากประเทศญี่ปุ่นครั้งล่าสุด (ตรวจสอบหลักฐานวีซ่าได้จากหนังสือเดินทางเท่านั้น)
4. ผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หรือหนังสือเดินทางราชการ
ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป ทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการสำหรับการยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่นผ่านตัวแทน โดยผู้สมัครจำเป็นต้องแนบเอกสารเพิ่มเติม 1 ฉบับ ได้แก่ “หนังสือมอบอำนาจ ฉบับจริง” โดยระบุรายละเอียดดังนี้
* ข้อมูลของผู้สมัคร: ชื่อ – นามสกุล, หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และลายเซ็นต์
* ข้อมูลของผู้ยื่นแทน: ชื่อ – นามสกุล, หมายเลขหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร และผู้ยื่นแทน
**ผู้ยื่นแทนต้องสามารถแสดงบัตรแสดงตนได้ในวันที่มายื่นเอกสารคำร้องแทน**
ผู้สมัครวีซ่าทุกท่านที่ประสงค์ให้ตัวแทน หรือบุคคลที่ 3 ทำการยื่นเอกสารสำหรับสมัครวีซ่าแทนตน จำเป็นจะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจทุกครั้ง [ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ]
5. ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่เดินทางไปกับบริษัททัวร์ที่ได้รับการจดทะเบียนกับทางสถานทูตฯ
เอกสารจำเป็น
1. หนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีหน้าว่างที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)
2. ใบคำร้อง และแบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า ซึ่งกรอกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
3. รูปถ่าย 1 รูป ขนาด 2x2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจน และถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน
4. เอกสารประกอบตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
5. ค่าธรรมเนียมวีซ่า และค่าบริการ เป็นเงินสด
6. ถึงแม้ว่าเอกสารที่ยื่นไว้จะครบสมบูรณ์ก็ตามแต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการออกวีซ่าเสมอไป
7. โดยหลักการเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องจะไม่คืนให้กับผู้ยื่น หากมีเอกสารใดๆก็ตามที่ ต้องการขอคืน กรุณาแนบสำเนาและแจ้งพนักงานที่ศูนย์ JVAC ให้ทราบด้วย

สำหรับผู้สมัครที่จะมายื่นที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น (กรุงเทพฯ)
กรุณาคลิ๊ก [ที่นี่] เพื่อศึกษากฎระเบียบด้านการรักษาความปลอดภัยของศูนย์ฯ
กรุณาคลิ๊ก [ที่นี่]เพื่อดูวันหยุดราชการของศูนย์ฯ
หากท่านเลือกที่จะรับหนังสือเดินทางคืนผ่านบริการ courier ใส่หมายเลขใบนัดฟังผล หรือหมายเลขบาร์โค้ด EMS ที่ท่านได้รับ ณ วันที่ยื่นคำร้อง และวันเดือนปีเกิดของผู้ยื่นคำร้อง
ถ้าข้อความแจ้งว่า “Application handed over to Courier” กรุณาเข้าเว็บไซต์ของ [ไปรษณีย์ไทย] เพื่อติดตามหนังสือเดินทางของท่าน
โดยใส่หมายเลขบาร์โค้ด EMS
 
ขั้นตอนที่ 6 : การติดตามการยื่นคำร้องของท่าน
ติดตามการยื่นคำร้องของท่านได้ [ที่นี่]
หากท่านยื่นคำร้องที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (กรุงเทพฯ) ใส่หมายเลขใบนัดฟังผลที่ท่านได้รับ ณ วันที่ยื่นคำร้อง และวันเดือนปีเกิด ของผู้ยื่นคำร้อง
หากท่านยื่นคำร้องที่เคาน์เตอร์รับคำร้องวีซ่าที่ทำการไปรษณีย์ 11 แห่ง ใส่หมายเลขบาร์โค้ด EMS เที่ยวกลับที่ระบุในใบรับฝาก(Pay-in-Slip) และวันเดือนปีเกิดของผู้ยื่นคำร้อง
หากท่านเลือกที่จะรับหนังสือเดินทางคืนผ่านบริการ courier ใส่หมายเลขใบนัดฟังผล หรือหมายเลขบาร์โค้ด EMS ที่ท่านได้รับ ณ วันที่ยื่นคำร้อง และวันเดือนปีเกิดของผู้ยื่นคำร้อง
ถ้าข้อความแจ้งว่า “Application handed over to Courier” กรุณาเข้าเว็บไซต์ของ [ไปรษณีย์ไทย] เพื่อติดตามหนังสือเดินทางของท่าน
โดยใส่หมายเลขบาร์โค้ด EMS
 
ขั้นตอนที่ 7 : การรับหนังสือเดินทางของท่านคืน
1. การรับหนังสือเดินทางคืนที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น
นำใบนัดฟังผลตัวจริงที่ได้รับในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า
แจ้งชื่อ – นามสกุล ของเจ้าของหนังสือเดินทางทุกเล่มให้ถูกต้อง
2. การรับหนังสือเดินทางคืน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ 11 แห่งที่ท่านยื่นคำร้อง
นำใบนัดฟังผล / Pay-in-slip ตัวจริง ที่ได้รับในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า

ถ้าตัวแทน หรือบริษัททัวร์ เป็นผู้มารับหนังสือเดินทาง นอกจากใบนัดฟังผล / Pay-in-slip ตัวจริงแล้ว กรุณาเตรียมหนังสือมอบอำนาจฉบับจริงแนบมาด้วย โดยไปรษณีย์ไทยจะเก็บหนังสือเดินทางของท่านไว้เป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้น หนังสือเดินทางจะถูกกลับมาส่งที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ซึ่งผู้ยื่นยังคงมารับหนังสือเดินทางคืนได้ที่นี่

3. การรับหนังสือเดินทางคืนผ่านบริการ Courier
ในกรณีที่ไม่สามารถส่งหนังสือเดินทางได้ ไปรษณีย์ไทยจะพยายามทำการส่งหนังสือเดินทางไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้ 2 ครั้ง หลังจากนั้น หนังสือเดินทางจะถูกกลับมาส่งที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ซึ่งผู้ยื่นยังคงมารับหนังสือเดินทางคืนได้ที่นี่

การติดตามการยื่นคำร้องของท่าน
หากท่านได้ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ กรุงเทพฯ หรือที่เคาน์เตอร์ยื่นคำร้องขอวีซ่าญี่ปุ่น ณ. ที่ทำการไปรษณีย์ทั้ง 11 แห่ง ท่านสามารถติดตามความคืบหน้าของการยื่นคำร้องได้ [ที่นี่]-โดยการใส่หมายเลขใบนัดฟังผล หรือหมายเลขบาร์โค้ดของ EMS ที่ท่านได้รับ ณ วันที่ยื่นคำร้อง และวันเดือนปีเกิดของผู้ยื่นคำร้อง